ระดับความน่าสนใจ : A-
หนังไทยแนวใหม่สำหรับคนยุคนี้!ที่ต้องดูวันนี้!

อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ “App War” จะมีองค์ประกอบที่ทำให้คิดถึงหนังตระกูล Infernal Affair เพราะไอเดียแรกเริ่มก่อนจะมาถูกปรับเปลี่ยนก็คือทีมโปรดิวเซอร์อยากจะสร้างหนังแนวนั้น แต่ใส่เรื่องราวความรักวัยรุ่นลงไปด้วยนั่นเอง

“App War” เล่าเรื่องราวของ บอมบ์ กับ จูน สองหัวหน้าทีมทำแอปหน้าใหม่ที่ไม่เคยประสบความสาเร็จในการประกวด Startup เวทีไหนมาก่อนเลย กระทั่งการได้พูดคุยกันในคืนหนึ่งของทั้งคู่ นำไปสู่ไอเดียการทำแอปใหม่ขึ้นมาสำหรับนำคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกันมาเจอกัน

โดย บอมบ์ ได้ร่วมมือกับเพื่อนสนิทอีก 2 คน สร้างแอปใหม่ในชื่อ INVITER ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและพวกเขาก็มีแผนจะส่งแอปนี้เข้าไปในงานระดมทุนระดับร้อยล้านที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่ก็มีแอปที่มีลักษณะคล้ายกันกับ INVITER จนน่าตกใจ อย่าง AMJOIN ปรากฏขึ้นมา ซึ่งผู้สร้างก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือทีมของ จูน! เวลานี้พวกเขาจึงต้องหาทางเอาชนะคู่แข่งให้ได้ พร้อมจัดการปัญหาความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ค่อยๆทวีปัญหามากขึ้นไม่แพ้กัน สุดท้ายจะมีทีมเดียวเท่านั้นที่จะคว้าชัยชนะในการแข่งขันนี้

สิ่งที่ชอบใน “App War” คือการนำเสนอเรื่องที่มีจังหวะการการผ่อนหนัก ผ่อนเบา กับการเล่าเรื่องการแข่งทำแอป การส่งคนเข้าไปเป็นสายลับในบริษัทคู่แข่ง การกระทบกระทั่งกันระหว่างสมาชิกในทีมด้วยกันเอง ที่มาพร้อมอารมณ์คอมเมดี้ โรแมนติก และดราม่าได้อย่างลื่นไหล จนทำให้เราเพลิดเพลินจนมองข้ามความไม่สมเหตุสมผลในหลายๆจุดไปเลย (แต่เหนือสิ่งอื่นใดจุดที่ไม่สมจริงที่สุดของเรื่องก็คงเป็นฉากที่ตัวละครโบกมือเรียกรถแท็กซี่แล้วสามารถขึ้นไปนั่งแล้วไปได้ในทันที โดยที่คนขับไม่ปฏิเสธหรือบอกว่า “ไปส่งรถ”)

ตัวละคร บอมบ์ กับ จูน เป็นคนรุ่นใหม่ที่ทำอะไรต้องทำให้สุด กล้าลงมือ ไม่ใช่แค่คิดในหัวเฉยๆ ซึ่งพื้นเพตัวละครที่ผ่านการเสนองาน Startup แพ้มาทุกเวที ก่อนที่ทั้งคู่จะรู้จักกันก็น่าจะช่วยสะท้อนภาพของคนที่พยายามและไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆได้ดีเสริมเข้าไปด้วย แต่ท่ามกลางการแข่งขันในโลกธุรกิจที่กำลังตั้งตัว ความสัมพันธ์ระหว่าง บอมบ์ กับ จูน ก็เหมือนจะเติบโตงอกงามขึ้นตามไปด้วย แต่การจะแยกเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัวได้แบบ 100% ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครๆก็ทำได้ ยิ่งการที่ทั้ง 2 ฝ่ายเลือกใช้ “วิธีด้านมืด” ส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวของฝ่ายตรงข้ามเหมือนๆกันด้วยแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ความเชื่อใจกันของทั้งคู่เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

ท่ามกลางตัวละครสมาชิกทีมของทั้ง INVITER และ AMJOIN ที่ต่างทำทุกวิธีเพื่อเอาชนะ จนบางรายไม่สนด้วยซ้ำว่าต้องใช้วิธีที่น่ารังเกียจแค่ไหน เพราะเราก็ต่างปฏิเสธไม่ได้ว่าในโลกธุรกิจไม่มีใครอยากเป็นผู้พ่ายแพ้ ซึ่งตัวละคร มายด์ เด็กฝึกงานสาวแสนน่ารัก ผู้เป็นดั่งอาวุธลับของทีม AMJOIN ก็เป็นตัวละครที่ต้องดิ้นรนในเกมสุดเดือดนี้ด้วยจุดประสงค์ไม่ต่างกันนั่นคือการไปถึงเส้นชัยของตนเองในเรื่องการฝึกงานไม่ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง

“App War” นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่าง บอมบ์ กับ จูน ได้น่ารักและน่าเห็นใจไปพร้อมกัน (หนังถือว่าหาเหตุผลที่ว่าทำไมทั้งคู่ไม่มารวมทีมกัน หลังรู้ความจริงเรื่องแอปของกันและกันแล้วได้ลงตัว) ฉากการพบเจอกันของทั้งคู่และการไปเล่นเลเซอร์แท็ปถือว่าทำได้น่ารักเลยล่ะ ส่วนมุกตลกในเรื่องก็ถือว่ามีที่ทำเอาฮาลั่นอยู่หลายฉาก แถมยังมีมุกที่เหมือนจะเอาใจโอตะของวง BNK48 แทรกอยู่ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าใครเป็นโอตะก็จะยิ่งอินมากขึ้นแน่นอน!

ทีมนักแสดงทำหน้าที่ได้ดีมากทุกราย โดยเฉพาะ “ณัฏฐ์ กิจจริต” และ “จิงจิง วริศรา ยู” ที่ทำเราเอาเชื่อได้เลยว่านี่คือ บอมบ์ กับ จูน ที่มีตัวตนอยู่ในโลกจริงๆ ทั้งเคมีทั้งคู่ก็เข้ากันดีเวอร์ ส่วน “หรั่ง อภิวิชญ์ เรียร์ดอน” และ “ทู สิราษฎ์ อินทรโชติ” ก็เป็นตัวละครที่ต่างมีบุคลิกเฉพาะตัวที่ดูธรรมชาติทั้งคู่ นอกจากนี้การได้ “อร พัศชนันท์ เจียจิรโชติ” หรือ “อร BNK48” มาร่วมแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในบทเด็กฝึกงานผู้มาพร้อมความใส ก็เป็นการแสดงที่สอบผ่านและดึงเสน่ห์อรอุ๋งออกมาจนเราเคลิ้มตามไปเลย ส่วนตัวมองว่าผู้กำกับใช้งานอรคุ้มมาก และไม่ได้เทน้ำหนักให้น้องมากไปจนล้น (เว้นแต่ฉากแถมท้ายเครดิตที่จะมีอุ๋งเยอะหน่อย)

โดยสรุปแล้ว “App War” ไม่ได้เป็นหนังที่มีดีแค่ดึงเอานักแสดงหน้าใหม่หรือไดดอลชื่อดังมาแสดง แต่ตัวหนังจริงๆและประเด็นที่นำเสนอก็ถือว่าแข็งแรงและมีความสนุกน่าติดตาม ซึ่งหลังดูจบเราก็คงมีความคิดที่อยากจะกล้าเสี่ยงทำอะไรสักอย่างให้กับชีวิตตัวเองบ้าง ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่อาจรวมถึงการก้าวไปสู่เปิดตัวเองไปสู่ความสัมพันธ์ใหม่ๆในสังคม สิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้นไม่ว่าจะเรื่องอะไร และแม้ความความพยายามจะไม่ได้พาไปสู่ความสำเร็จในท้ายที่สุด แต่อย่างน้อยระหว่างทางมันก็ทำให้ชีวิตเราแกร่งขึ้น

ขอบคุณภาพจาก Facebook App War

Advertisements