ระดับความน่าสนใจ : B
มนุษย์กับสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น

“Extinction” เล่าเรื่องราวของ ปีเตอร์ หัวหน้าครอบครัวที่ฝันร้ายถึงเรื่องเดิมๆทุกคืนกับภาพเหตุการณ์ประหลาดที่มีผู้คนล้มตายและ “บางสิ่ง” ที่มาจากฝากฟ้าและเปิดฉากทำลายล้างเมือง นับวันความฝันของเขาก็เริ่มชัดเจนและส่งผลต่อการดำเนินชีวิตปกติของเขา จนภรรยาและเพื่อร่วมงาน เริ่มเป็นห่วง แต่ปีเตอร์ก็เริ่มมั่นใจว่าสิ่งที่เขาเห็นในความฝัน อาจจะกำลังเกิดขึ้นจริงๆก็ได้ในเร็ววันนี้!!

ถ้าเรามองข้ามงานโปรดักชั่นและงาน CG ที่อยู่ในระดับกลางๆออกไปแล้ว ตัวบทของ “Extinction” ถือว่ามีประเด็นน่าสนใจ พร้อมการนำเสนอที่หลอกล่อผู้ชม ให้คาดเดากันไปว่า ปีเตอร์ ฝันไปเอง หรือ เรื่องร้ายกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ? แล้ว “อะไร” คือสิ่งที่มาจากฟ้าเพื่อโจมตีผู้คนและพวกมันมาทำไม? ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าหนังนำเสนอได้น่าติดตามและเฉลยทุกอย่างในจังหวะที่ลงตัว

หนังสะท้อนภาพของสงครามที่ล้วนสร้างความเสียหาย บาดเจ็บ ล้มตายแก่ทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงการแบ่งแย่งทางสังคม เมื่อมนุษย์กระทำต่อสิ่งที่แตกต่างจากตนเองด้วยความรุนแรง จนนำไปสู่การปะทะกันที่ลุกลามขึ้นเรื่อยๆจนหยุดไม่ได้

Michael Peña รับบทเป็นคุณพ่อที่ฝันร้ายอยู่ตลอดและเริ่มวิตกกังวลจนเกินควร แต่ก็พร้อมทำทุกอย่างเพื่อช่วยลูกเมียได้สมบทบาท นอกจากนี้หนังยังได้ Lizzy Caplan มารับบทเป็น อลิซ ภรรยาของปีเตอร์ แม้ตัวละครลูกสาวทั้ง 2 ของปีเตอร์และอลิซ จะเป็นตัวละครที่ใส่มาเพิ่มเสริมความแข็งแรงของ “ความเป็นครอบครัว” แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือภาพบนจอที่ตัวละครน้องเล็กของบ้านที่ร้องไห้แทบจะตลอดทั้งเรื่อง จนน่ารำคาญในหลายครั้ง

โดยสรุป “Extinction” เป็นหนังแอคชั่นที่ถือว่าทำออกมาได้โอเคเกินคาด ซึ่งก็ต้องชมการกำกับของ Ben Young ที่คุมทุกอย่างออกมาได้ลงตัว จนจุดเฉลยของเรื่องมีพลังมากพอที่จะทำหนังเรื่องนี้ดูมีอะไรขึ้น มากกว่าจะแค่หนังที่ตัวอย่างมีแค่ไหน ก็มีดีอยู่แค่นั้น

Advertisements