ระดับความน่าสนใจ : A-

ดีกว่าภาคแรกทุกด้านและ X-Force คือโคตรทีมฮีโร่แห่งปี!

ออกตัวก่อนเลยว่า ส่วนตัวค่อนข้างเฉยๆกับ Deadpool ภาคแรกและออกแนวจะผิดหวังเล็กๆด้วยซ้ำไป แต่การมาของ “Deadpool 2” ที่คราวนี้กล้าเล่น กล้าแซะ กล้านำเสนอแบบมั่นใจมากขึ้นของทีมงานก็ทำให้นี่กลายมาเป็นความบันเทิงที่ประเคนความบ้าบอสุดเหวี่ยงใส่ผู้ชมแบบไม่ยั้ง ชนิดที่ว่าดีและลงตัวกว่าภาคแรกในทุกๆด้าน

เรื่องราวใน “Deadpool 2” เกิดขึ้นเมื่อ เคเบิล นักฆ่าจากโลกอนาคตเดินทางย้อนเวลามาเพื่อตามล่ามนุษย์กลายพันธุ์เด็กคนหนึ่ง จนเดดพูลต้องรวมทีมฮีโร่เพื่อออกปกป้องเด็กคนนั้น จนนำไปสู่การไล่ล่าที่ยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวง

การจิกกัดทุกสิ่งอย่างรอบตัวของ “Deadpool 2” ทำให้หลายครั้งมาพร้อม “ความคาดไม่ถึง” ที่เล่นเอาเราอึ้งและหัวเราะออกมาลั่น ตั้งแต่แซะหนังเรื่องอื่นๆ แซะตัวละครฮีโร่ข้ามค่ายและค่ายตัวเอง แซะนักแสดง แซะเพลง และอื่นๆอีกสารพัด ภาพรวมจึงทำให้มุกตลกของเรื่องอยู่ในระดับเฉียบขาดมาก (หนึ่งในหนังที่กล่าวถึงมากหน่อยก็คือ Interview with the Vampire (1994) ที่หยิบนักแสดงมาพูดถึงและ…(เออ ทำไปได้)..!?)

สิ่งที่ชอบก็คือ แม้ตัวหนังจะประกาศตัวและมีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเกรียนแบบไม่มีกั้กของภาคนี้ แต่หนังก็เลือกที่จะเปิดเรื่องด้วยอารมณ์ตลกเบาๆและดราม่าเข้มๆ ซึ่งหนังมีส่วนของดราม่าซึ้งๆระหว่างตัวละคร เวด วิลสัน และคนรักอย่าง วาเนสซ่า ที่ใส่เข้ามาได้ลงตัวแบบไม่น่าเชื่อ โดยที่ไม่ทำลายโทนของหนังเลย รวมถึงเพลง Take On Me (A-ha) ที่ยิ่งขยี้อารมณ์โรแมนติกเข้าไปอีก

ศัตรูที่แท้จริงของภาคนี้อาจจะเป็น “ความเกลียดชัง” ที่ใครสักคนมีต่อโลกใบนี้และคนอื่น รวมถึงตัวเราเองด้วย แก่นของเรื่องมันมีประเด็นที่แสดงให้เห็นถึงความสูญเสียและความเจ็บปวดที่เราได้รับ เมื่อคนสำคัญในชีวิตจากไป รวมถึงความเจ็บปวดที่คนเราต่างกระทำต่อกัน เพียงเพราะอีกฝ่ายแตกต่างออกไป จนเป็นแรงผลักดันให้ตัวละครต้องเจอทางเลือกที่แสนสาหัส

การที่ “Deadpool 2” ทะลายกำแพงที่ 4 และไม่ขึ้นตรงกับจักรวาลไหนๆ ทำให้หนังเหมือนอยู่ในตำแหน่งสถานะที่ “อะไรก็เกิดขึ้นได้” ซึ่งทำให้หนังไม่เพียงเปิดกว้างต่อทุกความเป็นไปได้ แต่ยังตอกย้ำว่านี่เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง

โดยสรุป “Deadpool 2” เป็นหนังที่ถ้าคุณมีความเนิร์ดและดูหนังมามากในระดับหนึ่งก็จะสนุกไปกับสารพัดมุกที่หนังโยนใส่อยู่ตลอด มันคือความบันเทิงที่น่าติดตามจนจบและที่สำคัญ X-Force คือทีมฮีโร่ที่น่าจดจำสุดๆ พร้อมฉากแถมที่โคตรเกรียนที่สุดในประวัติศาสตร์หนังซูเปอร์ฮีโร่!!!

Advertisements