ระดับความน่าสนใจ : A

งานบูชาป๊อปคัลเจอร์ในอดีตที่เติมเต็มหัวใจของเหล่าเนิร์ด

“Ready Player One” เป็นผลงานที่เต็มไปด้วยจินตนาการและเรื่องราวการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ ซึ่งการมาอยู่ภายใต้การกำกับของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ก็เหมือนจะเป็นดั่งงานชิ้นดีที่อยู่ในมือถูกคน ทั้งยังตอกย้ำว่าเขายังคงเป็นพ่อมดแห่งฮอลลีวูดที่ยังไม่หมดไฟในการร่ายมนต์ให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจ พร้อมมอบความบันเทิงในระดับที่น่าทึ่งให้แก่ผู้ชม (ผู้เขียนนิยายอย่าง เออร์เนสต์ ไคลน์ เองก็โตมากับผลงานของสปีลเบิร์กและเนื้อหาในหนังสือก็แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลเหล่านี้อยู่มาก ฉะนั้นการได้ผู้กำกับคนดังมากำกับ ก็เหมือนฝันที่เป็นจริงของไคลน์ด้วยเช่นกัน)

หนังมีเรื่องราวเกิดขึ้นในโลกอนาคตปี 2045 ช่วงที่โลกเต็มไปด้วยความวุ่นวายและการล่มสลาย แต่ผู้คนพบทางรอดชีวิตที่ ดิโอเอซิส ซึ่งเป็นจักรวาลเสมือนจริงอันกว้างใหญ่ที่สร้างขึ้นมาโดย เจมส์ ฮัลลิเดย์ ผู้มีความอัจฉริยะอย่างไม่ธรรมดา แต่เมื่อฮัลลิเดย์เสียชีวิตลง เขาได้ทิ้งทรัพย์สมบัติมหาศาลเอาไว้ให้กับคนแรกที่พบไข่อีสเตอร์ดิจิตอลที่เขาซ่อนไว้ในสถานที่หนึ่งในดิโอเอซิสจนเกิดการแข่งขันขึ้นทั่วโลก โดย เวด วัตส์  คือหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันล่าสมบัติที่อันตรายและเต็มไปด้วยปริศนา ท่ามกลางโลกสุดอัศจรรย์นี้

ความน่าตื่นตาตื่นใจของ “Ready Player One” คือการเป็นโลกอนาคตที่สภาพแวดล้อมยังคงอบอวลไปด้วยป๊อปคัลเจอร์ยุค 80 และ 90 ทั้งดนตรี แฟชั่น ศิลปะ หนัง การ์ตูน อนิเมะ วีดีโอเกม ทั้งหลายปรากฏออกมาให้เหล่า  “เนิร์ด” และ “กี๊ก” (geek) ได้ตื่นเต้นกัน ซึ่งใครที่ซึมซับเอาป๊อปคัลเจอร์ในยุคนั้นมาได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเก็ตมุกและฟินจนต้องกรีดร้องออกมาอย่างแน่นอน ตัวอย่างก็ได้แก่เพลง Van Halen (Jump), Joan Jett (I Hate Myself For Loving You) และ BEE GEES (Stayin’ Alive) และอีกสารพัดกองทัพองค์ประกอบจากหนังดังในอดีตและตัวละครระดับตำนานของเกมส์และอนิเมะญี่ปุ่น หนึ่งในนั้นคือการปรากฏตัวของ “กันดั้ม” ที่โคตรเท่! ตลอดจนเหตุการณ์ในการไขปริศนากุญแจดอกที่ 2 ซึ่งนำเสนอออกมาได้ขยี้ต่อมกี๊กหนังสุดๆ!

แม้จะมีการอ้างอิงถึงป๊อปคัลเจอร์ในอดีตอยู่เยอะมาก แต่หากมองในแง่ของการเป็นหนังแอคชั่นไซไฟแล้ว มันก็ยังคงเป็นหนังที่มีงานสร้างที่อลังการและชวนให้น่าตื่นเต้นอยู่ดี เพราะการสร้างโลกของโอเอซิสนั้นอยู่ในระดับที่ดีมากพอที่จะทำให้เราเชื่อทุกสิ่งที่เห็นตรงหน้าได้และอินไปกับสิ่งที่ร่างอวตารของบรรดาตัวละครเอกกำลังเผชิญอยู่ด้วย ตัวอย่างแค่ฉากแข่งขันขับรถในด่านแรกของการตามล่าไข่อีสเตอร์ก็ซิ่งระห่ำกันจนนั่งไม่ติดเบาะกันแล้ว

หนังยังสะกิดให้เห็นถึงภาพสังคมในยุคปัจจุบันให้ได้ขบคิด ผ่านเรื่องราวของคนที่พยายามหนีโลกของความจริงและเข้าไปเป็นใครก็ได้ ทำอะไรก็ได้ในโลกเสมือนจริงอย่างโอเอซิส การให้ค่ากับเหรียญทองหรือไอเทมที่สะสมมา และความสัมพันธ์ผ่านร่างอวตาร มากกว่าที่จะก้าวออกมาเผชิญกับโลกใบนี้และคนจริงๆ การที่ตัวละครให้ความสำคัญแก่ตัวตนในโอเอซิส มากกว่าโลกจริง ก็คงไม่ต่างไปจากการที่คนในยุคนี้ให้ความสำคัญกับตัวตนในโซเชียลมีเดีย ยอดไลค์ ยอดวิว การพูดคุยผ่านตัวอักษร มากกว่าจะลุกขึ้นมาออกไปพบปะมนุษย์จริงๆสักเท่าไหร่

แม้ตัวละคร เจมส์ ฮัลลิเดย์ จะเป็นคนที่ขี้อาย เก็บตัวและไม่เก่งในการสื่อสารกับคนอื่น จนนำไปสู่การสร้างโลกเสมือนจริงโอเอซิส แต่เขาก็ได้ตระหนักถึงความจริงว่า “แม้โลกจริงๆจะเจ็บปวดเพียงใด แต่มันก็เป็นสถานที่เดียวที่เราจะได้กินอาหารดีๆ” ซึ่งนั่นยังรวมไปถึงการได้พบเจอคนจริงๆ สัมผัสกันจริงๆ ผูกพันกันจากใจจริงๆด้วยนั่นเอง

“ไข่อีสเตอร์” ในโอเอซิสอาจคือเรื่องของอำนาจในการควบคุม แต่ในโลกจริงๆ ไข่อีสเตอร์ที่ตัวละครเอกอย่าง เวด วัตส์ ได้ค้นพบก็คงเป็นคุณค่าของมิตรภาพและความรักอันยิ่งใหญ่

โดยสรุป “Ready Player One” เป็นหนังที่จุดชนวนต่อมกี๊กในตัวให้ระเบิดออกมาเป็นสีรุ้งกับฉากแอคชั่นอันน่าตื่นตา ผสมป๊อปคัลเจอร์ จินตนาการและความบันเทิงได้โคตรลงตัว ซึ่งหลายฉากทำเอาต้องร้องเฮ ออกมาดังๆ นับเป็นหนึ่งในหนังที่เจ๋งที่สุดในรอบหลายๆปีและยอดเยี่ยมที่สุดในปีนี้ที่ต้องดูให้ได้จริงๆ

Advertisements