ระดับความน่าสนใจ : A

“น้ำเปลี่ยนรูปทรงไปตามภาชนะที่ใส่ และถึงแม้ว่าน้ำอาจดูอ่อนโยน แต่มันก็เป็นพลังอันยิ่งใหญ่และยืดหยุ่นที่สุดในจักรวาล ความรักก็เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะใส่ความรักลงไปในรูปทรงใด มันก็จะกลายเป็นสิ่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น”

ข้อความข้างต้นคือประโยคที่ผู้กำกับ Guillermo del Toro กล่าวถึง “The Shape of Water” ผลงานชิ้นล่าสุดที่เขาทุ่มเทใช้เวลาปลุกปั้นมานานกว่า 6 ปี กว่าจะสำเร็จออกมาให้คอหนังทั่วโลกได้ชมกัน ซึ่งอธิบายถึงแก่นของเรื่องราวความรักที่ไม่ธรรมดาระหว่างสาวใบ้และสัตว์ประหลาดใต้น้ำในห้องทดลองลับของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

“The Shape of Water” เลือกเปิดฉากเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจและแฝงนัยยะบางอย่างไว้ตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ภาพห้องนอนใต้ท้องทะเลที่ให้อารมณ์แฟนตาซี รวมถึงเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานช็อกโกแลต ซึ่งเป็นที่มาของเสียงอันวุ่นวายภายนอกห้องของ Elisa จนชายแก่ที่อยู่ห้องติดกันเอ่ยประโยคทำนองว่า “บางครั้งความสูญเสียก็มาพร้อมกับความหอมหวาน” ที่เหมือนเป็นการเปรยถึงโทนของหนังเรื่องนี้ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

แม้ตัวหนังจะได้รับเสียงชื่นชมมาเพียบ พ่วงด้วยการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ปีล่าสุดสูงถึง 13 สาขา แต่นี่ก็ไม่ใช่หนังที่ดูยากเลย เพราะความจริงแล้ว “The Shape of Water” เป็นหนังที่ดูง่ายและเล่าเรื่องเป็นเส้นตรง โดยจุดเด่นคือการผสมเอาอารมณ์ต่างๆมาผสมกันได้อย่างลงตัว ทั้งการบูชาหนังสัตว์ประหลาดคลาสสิกในอดีต ความรักสไตล์ Beauty and the Beast การสืบสวนเหตุโจรกรรม ฉากมิวสิคัลแบบคาดไม่ถึงและแฟนตาซีแบบผู้ใหญ่เข้ามาได้อย่างสนุก

การมีฉากหลังเป็นอเมริกายุคสงครามเย็นช่วงปี 1962 ยังช่วยเสริมให้หนังดูมีอารมณ์ที่น่าสนใจขึ้นกับยุคที่ทุกอย่างดูเป็นเรื่องแปลกใหม่ มีความขัดแย้งและสับสนวุ่นวาย เราจะได้สัมผัสทั้งการเหยียดผิว รักร่วมเพศ การเมือง สายลับ ตลอดจนความเป็นไปได้ใหม่ๆทางการแพทย์ จนเราแทบจะเชื่อได้เลยว่านี่คือยุคที่สามารถจะเจอสิ่งมีชีวิตประหลาดได้จริงๆ

Elisa คือภารโรงสาวที่เป็นใบ้ ซึ่งหนังไม่รอช้าที่จะเผยให้เราได้เห็นพฤติกรรมในแต่ละวันของเธอกับการต้องตื่นนอน ต้มไข่ เข้าห้องน้ำ (…) แต่งตัว นั่งรถเมล์ไปทำงานและมีปฏิสัมพันธ์แค่กับคนใกล้ตัวคือเพื่อนข้างห้อง เพื่อนร่วมงานและลุงเจ้าของโรงหนัง

ส่วน สิ่งมีชีวิตประหลาดใต้น้ำ เราจะได้รับข้อมูลที่มาของตัวละครนี้ผ่านทางบทสนทนาเท่านั้น ซึ่งยิ่งทำให้ตัวละครนี้มีความลึกลับมากขึ้น ทั้งการที่ตัวละครนี้ “ไม่มีชื่อ” และไม่มีใครพยายามตั้งชื่อให้กับเขาเลยก็เหมือนเป็นนัยที่สื่อออกมาว่านี่คือตัวแทนของ “คนที่แตกต่างในสังคม” ที่อาจจะเป็นใครก็ได้ในโลกใบนี้ ที่ถูกกดขี่และควรได้รับความรักจากใครสักคน

ส่วนตัวชอบประโยคของ Elisa ที่พูดถึงสิ่งมีชีวิตใต้น้ำนี้ที่ว่า “เวลาเขามองชั้น นั่นไม่ใช่สายตาที่มองชั้นว่าพิการ แต่เหมือนว่ามองที่ชั้นเป็นตัวชั้นเอง” เพราะในชีวิตจริง ไม่ว่าคนที่มีอะไรแตกต่าง หรือคนปกติทั่วๆไปก็คงไม่ต้องการอะไรมากกว่าการที่คนๆหนึ่งจะมองเราในแบบที่เป็นตัวเราและพร้อมจะก้าวเข้ามาหานั่นเอง

การแสดงของ Sally Hawkins นั้นอยู่ในระดับสุดยอดกับการสื่ออารมณ์ออกมาทางสีหน้า แววตาและท่าทาง ส่วน Doug Jones ชายผู้อยู่ใต้ชุดสัตว์ประหลาดก็ทำหน้าที่ได้เยี่ยม จนเราแทบจะลืมไปเลยว่าตลอดทั้งเรื่อง ตัวละครคู่นี้ไม่ได้พูดคุยกันเลย เพราะอารมณ์ที่สื่อออกมาชัดเจนและรุนแรงมาก ส่วน Octavia Spencer, Richard Jenkins และ Michael Shannon ก็สวมบทบาทได้ลงตัว

โดยสรุป “The Shape of Water” เป็นผลงานอีกชิ้นของ Guillermo del Toro ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มันคือหนังรักที่ตอกย้ำว่าความรักมีพลังมากมายเพียงใดและความแตกต่างภายนอกไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆเลย ถ้าเราคิดจะรักใคร รวมถึงงานสร้างทั้งหลายก็อยู่ในระดับที่ดี ยิ่งดนตรีประกอบนี่หลายฉากชวนเคลิ้มไปเลย นับเป็นอีกหนึ่งหนังชั้นดีที่ไม่ควรพลาดในปีนี้ ส่วนบนเวทีออสการ์หนังจะคว้าไปได้กี่สาขาก็มาลุ้นกันต่อไป!

ตัวอย่าง

ขอบคุณคลิปจาก YouTube thailandfox
Advertisements