ระดับความน่าสนใจ B-

‘รู้ไหมว่าความรู้สึกของคนใกล้ตายมันเป็นยังไง ?’

Sonoda เป็นชายหนุ่มที่มีฝีมือด้านการวาดภาพ แต่ปัจจุบันเลือกที่จะทิ้งพรสวรรค์ทั้งหมดไว้เบื้องหลังและใช้ชีวิตไปวันๆกับการทำงานพิเศษเป็นพนักงานเช็ดกระจกตามตึกสูง วันหนึ่งเขาได้รู้ข่าวร้ายว่าตัวเองป่วยหนักและจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อีกเพียงไม่นาน ความสิ้นหวังในชีวิตได้เข้ามาทับถมหัวใจของเขาให้หนักอึ้งกว่าเดิม กระทั่งเขาได้บังเอิญรู้จักกับ Mai เด็กสาววัยมัธยมที่นิสัยแปลกประหลาด ตรงไปตรงมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางการค้นหาคำตอบของคุณค่าแห่งการมีชีวิต

เหตุผลหลักที่สนใจใน “Toire no Pieta” ก็คือนักแสดงสาว Hana Sugisaki ที่ส่วนตัวติดใจฝีมือน้องแกจาก Her Love Boils Bathwater (2017) และกำลังตั้งตารอดู Blade of the Immortal (2017) ซึ่งก็ถือว่าการแสดงของน้อง Hana ในหนังเรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังใดๆ เพราะน้องแกทำได้ดีในบทสาวมัธยมที่เหมือนแบกโลกไว้คนเดียว ซีนอารมณ์น้องแกทำได้เด่นกว่าใคร ส่วน Yojiro Noda กับการแสดงครั้งแรกในบทชายหนุ่มผู้เฉยชาต่อทุกสิ่งรอบตัวก็ถือวาเล่นได้นิ่งจนน่าหงุดหงิดใจแทนคนรอบข้างพี่แกจริงๆ คืออะไรจะนิ่งไร้อารมณ์ได้ขนาดนั้น  (พี่แกคือนักร้องนำวง RADWIMPS ที่คอหนังอาจจำได้จากการทำเพลงประกอบเพลงหลักในแอนิเมชั่น ‘Your name’ นั่นเอง)

มองไปที่ตัวหนังแล้ว “Toire no Pieta” เป็นหนังดราม่าที่เน้นการเดินเรื่องแบบช้าๆ ไหลไปเรื่อยๆ บางช่วงก็สลับเอาฉากเหตุการณ์ในอดีตมาใส่แบบดื้อๆ บางช่วงก็รวบรัด การเล่าเรื่องราวเป็นไปแบบไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรลึกซึ้งชัดเจน ผู้กำกับ Daishi Matsunaga เปิดฉากแรกของหนังมาให้พบตัวละคร Sonoda ที่อาการป่วยกำเริบและถูกตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะว่าไปมันก็เหมือนสื่อไปถึงอารมณ์งงๆมึนๆทำอะไรไม่ถูกของคนที่ต้องมาพบว่าจู่ๆตัวเองก็กำลังจะตายนั่นแหละ

หนังไม่ได้บอกข้อมูลแก่เราว่าชีวิตของ Sonoda ก่อนหน้าที่จะรู้ว่าตัวเองป่วย ทำไมเขาถึงเลิกกับแฟนสาวจิตกร ทำไมเขาจึงขอแยกมาใช้ชีวิตตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ไกลพ่อแม่ ทำไมเขาถึงหมดไฟในการวาดภาพ เขาหมดอาลัยตายอยากในชีวิตแบบนี้มาก่อนที่จะรู้ว่าป่วยหรือเปล่า ? แต่เราจะทราบแค่ว่าหลังรู้ว่าตัวเองใกล้ตาย Sonoda ก็ยังเลือกดำเนินชีวิตไปตามปกติเท่าที่จะทำได้ เขายังคงฝืนไปทำงาน ยังคงกลับบ้านไปนอนคนเดียว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันเป็นภาพสะท้อนของคนๆหนึ่งที่อยู่ในสภาวะไม่รู้จะทำอะไรกับชีวิตนี้อีกแล้ว ซึ่งการที่เรารู้ว่า Sonoda เป็นคนที่ไม่ได้แคร์อะไรในชีวิตตัวเองเลยสักนิด แถมยังออกแนวเห็นแก่ตัวแบบนี้ ทำให้อดที่จะคิดไม่ได้ว่า ‘ต่อให้ตายตอนนี้ ไม่ได้ป่วยตาย มันจะมีอะไรแตกต่างหรือเปล่านะ ?’

ซึ่งการมาของตัวละคร Mai เป็นการพาเราไปค้นหาคำตอบของความสงสัยที่ว่านั้น โดยถ้ามอง Sonoda เป็นตัวแทนของคนที่กำลังจะป่วยตาย ตัวละคร Mai ก็อยู่ในฝั่งคนที่คิดอยากจะตาย เพราะเจ็บปวดจากปัญญาครอบครัวที่เธอต้องแบกรับไว้คนเดียว การเจอกันของทั้งคู่ แม้จะมีปากเสียงกันบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลแง่ลบกับชีวิตทั้งคู่ เพราะพวกเขาไม่ได้ชวนกันไปกอดคอตาย แต่มันเหมือนต่างฝ่ายต่างช่วยกันเปิดมุมมองและเยียวยาความเหงาของตนมากกว่า

การจะตายอาจไม่ใช่เรื่องง่ายและการมีชีวิตอยู่ก็เป็นเรื่องยาก คำถามที่ว่าคนที่รู้ตัวว่าจะตายจะรู้สึกยังไง เขาจะจัดการชีวิตตัวเองยังไง คำตอบมันก็คงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซึ่งบางทีมันอาจเป็นแค่เรื่องง่ายๆ แค่การได้ใช้เวลากับคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้โดดเดี่ยวคนเดียวบนโลกใบนี้เพียงเท่านั้นเองก็ได้

โดยสรุป “Toire no Pieta” เป็นหนังดราม่าที่ต้องใช้ความอดทนในการดูพอสมควร เพราะหนังเดินเรื่องแบบนิ่งๆเรียบๆตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งใครที่ไม่ถนัดหนังสไตล์นี้ก็อาจหลับยาวได้ง่ายๆ บางช่วงก็ชวนเบื่อบ้าง บางช่วงก็เข้าใจได้ บางช่วงก็ต้องตีความกันหน่อย แต่ที่แน่ๆก็คือภาพที่ Sonoda วาดไว้ในห้องนั้น มันเป็นเสี้ยวคำตอบเล็กๆของคนที่ใกล้ตายว่า อย่างน้อยมนุษย์เราก็ยังมีความสุขได้ แม้ในช่วงเวลาแบบนี้ เพราะการที่เราสัมผัสได้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ มันช่างยิ่งใหญ่และทำให้เรารู้สึกมีชีวิตที่สุดก็ได้

Advertisements