ระดับความน่าสนใจ : B

“ชีวิตก็เงี้ย เราคิดว่าจะได้เจอยูนิคอร์น แต่สุดท้ายมันก็แค่แพะตัวนึง”

แอนิเมชั่น ‘Despicable Me’ น่าจะเป็นความสำเร็จที่ทรงคุณค่าที่สุดของสตูดิโอ Illumination โดยเฉพาะตัวละคร Minions ที่แทบจะกลายมาเป็นสัญลักษณ์ประจำสตูดิโอไปแล้ว ซึ่งหลังจาก Despicable Me 1 และ 2 ที่ทำได้ดีทั้งเสียงชมและยอดรายได้ กระทั่งมีแอนิเมชั่นภาคแยกตามมาในชื่อ ‘Minions’ (2015) ที่คุณภาพความสนุกอาจจะลดลงไปบ้าง แต่การทำรายได้รวมตลาดทั่วโลกทะลุ $1 พันล้านก็เป็นความสำเร็จที่มากจนสตูดิโออยู่เฉยไม่ได้และนั่นทำให้ ‘Despicable Me 3’ ถูกเข็นออกมาฉายในปี 2017 นี้

‘Despicable Me 3’ เล่าเรื่องราวของ Gru ที่ทำภารกิจผิดพลาดในการปล่อยให้จอมวายร้าย Balthazar Bratt หลุดมือไปพร้อมเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งเรื่องแย่ไปกว่านั้นก็คือการที่ Lucy ก็ถูกไล่ออกจากงานสายลับด้วยเช่นกัน เมื่อกำลังตกอยู่ในสถานะไม่มั่นคงในการดูแลเด็กๆทั้ง 3 คน Gru ก็ได้รู้ความจริงว่าเขายังมีน้องชายฝาแฝดที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนนามว่า Dru

การเจอกันระหว่าง Gru และ Dru ได้เฉลยความลับของครอบครัวนี้ออกมา พร้อมแผนการใหม่ของสองพี่น้องที่งานนี้ทำให้ Gru ต้องกลับมาสู่บทบาทวายร้ายอีกครั้ง

สิ่งที่ท้าทายสำหรับ ‘Despicable Me 3’ ก็คือการใส่ตัวละครใหม่เด่นๆเข้ามา 2 ราย พร้อมๆกับการต้องแบ่งน้ำหนักให้กับเหล่า Minions ตัวเหลืองจอมแสบขวัญใจแฟนๆ พร้อมขยับเนื้อหาไปสู่ทิศทางใหม่ๆ โดยเราจะได้เห็น Lucy ที่พยายามจะเข้าใจในตัว Margo, Edith และ Agnes กับบทบาท ‘แม่’ ส่วน Gru ก็ต้องมาสานสัมพันธ์กับ Dru น้องชายฝาแฝดที่อยากจะเป็นโคตรวายร้าย แต่ขาดคนช่วยชี้แนะ แต่ทั้งหมดนั้นยังคงดูไม่ค่อยจะลงตัวเท่าไหร่นัก เพราะทั้งในแง่ประเด็นฝาแฝดของ Gru ก็ยังทำให้เราอินกับทั้งคู่ไปได้ไม่เท่าไหร่ ทั้งๆที่ตัวละคร Dru นั้นเหมือนเป็นอีกเวอร์ชั่นของ Gru ที่พยายามหาเริ่มต้นมองหาพื้นที่ของตัวเองบนโลกแห่งวายร้าย ซึ่งจังหวะที่ทั้งคู่ผิดใจกัน หรือ เหตุการณ์ช่วยกันกอบกู้เมือง ล้วนนำเสนอแบบเร่งรีบเกินไป จนเรายังไม่ทันได้มีอารมณ์ร่วมอะไร ทุกอย่างก็จบไปเสียแล้ว

สำหรับตัวร้ายอย่าง Bratt เองก็เป็นตัวละครประเภทไม่รู้จักโต จมอยู่ในอดีตและพยายามเรียกร้องความสนใจอยู่ตลอด นี่เป็นตัวละครที่หลงอยู่ในยุค 80 ที่เน้นเพลงจากยุคเก่า ของเล่นเก่าๆ และหมกมุ่นอยู่กับความทรงจำเก่าๆ

แม้จะมีมุกตลกปล่อยออกมาเรื่อยๆ แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือการที่มุกตลกใน ‘Despicable Me 3’ ไม่มีมุกไหนที่ชวนขำแบบจริงๆจังๆเหมือนที่ 2 ภาคแรกทำได้ หรือ เทียบกับภาคแยกอย่าง ‘Minions’ มันก็ยังคงด้อยกว่าอยู่บ้าง แม้จะมีตัวละคร Minions อยู่เพียบเรื่องเหมือนเดิม แถมมีเนื้อหาในคุกเสริมเข้ามาให้เล่นอะไรอีกเพียบ แต่ความฮาที่ได้กลับอยู่ในระดับครึ่งๆกลางๆเท่านั้น

สิ่งที่ถือว่าชอบที่สุดของหนังภาคนี้คือประเด็นดราม่าเรื่องมุมมองชีวิตของ Gru คนเราทุกคนล้วนคิดวาดฝันอนาคตถึงสิ่งที่เราอยากเจอ สิ่งที่เราอยากเป็น คาดหวังว่าจะได้อะไรดั่งใจ แต่ความจริงที่เราได้เจอ บางครั้งก็โหดร้ายไม่เป็นเหมือนที่ฝันเอาไว้ ประโยคที่ Gru คุยกับ Agnes เรื่องความจริงของยูนิคอร์นเป็นซีนที่ดีที่สุดของภาคนี้ แม้เราจะเจอแค่แพะ ไม่ใช่ยูนิคอร์นจริงๆ ถึงอย่างนั้นหากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง แพะตัวนี้ก็อาจจะเป็นแพะที่เจ๋งที่สุดในโลกก็ได้ แม้คนที่เราเจอจะไม่ได้สมบูรณ์ดีพร้อมเหมือนที่เราคาดคิดไว้ แต่อย่างน้อยๆเขาก็มีดีในตัวที่ใครคนอื่นก็ไม่มีทางเทียบได้เช่นกัน

โดยสรุป ‘Despicable Me 3’ เป็นภาคต่อที่ความฮา ความซึ้งยังเทียบกับ 2 ภาคแรกไม่ได้ แต่ก็ยังถือว่าดูได้เพลินๆจนจบ เพราะมีตัวละครที่เราคุ้นเคย แม้ Minions บทบาทจะน้อยไปหน่อย แต่ก็ถือว่าความเกรียนยังไม่หดหาย ยิ่งไปกว่านั้นคือการเลือกฉากจบที่น่าสนใจกับการจะปูทางไปภาคต่อก็ได้ หรือ ภาคแยกก็ดี

ตัวอย่าง Despicable Me 3 | Thai Sub

 

ขอบคุณคลิปจาก YouTube UIP Thailand

Advertisements