ระดับความน่าสนใจ : B

การต่อสู้ของคนดีที่ถูกสภาพแวดล้อมบีบให้ละทิ้งกฎ

การท้าต่อยกันหลังหลังโรงเรียนเลิก อาจไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรไม่ว่าจะยุคไหน แต่มันคงต่างออกไปถ้าคนที่ท้าต่อยกันหนนี้เป็นครูของโรงเรียนมัธยมเสียเอง แถมยังเป็นการประกาศไปทั่วเมืองกับศึกดวลกำปั้นระหว่าง  2 คุณครูที่ไม่ใช่แค่นักเรียนให้ความสนใจ แต่อาจลามปามไปถึงทั่วประเทศ

“Fist Fight” เล่าเรื่องราวของวันอันแสนย่ำแย่ในของการเรียนวันสุดท้ายโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งเหล่านักเรียนต่างพากันปลดปล่อยความบ้าออกมา เพราะไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้วในโรงเรียนนี้ ซึ่ง Andy ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ ที่ต้องมาทำงานในวันนี้ ซึ่งไม่เพียงต้องมาปวดหัวกับการเจอเรื่องบ้าๆของนักเรียน แต่ยังต้องพยายามไม่ให้ตัวเขาเองถูกไล่ออก เนื่องจากภรรยากำลังท้องลูกคนที่ 2 อีกด้วย แต่หายนะที่ใหญ่หลวงที่สุดของวันนี้ก็คือการที่เขาต้องมีปัญหาผิดใจกับ Strickland ครูสอนประวัติศาสตร์จอมดุ

ผลที่ออกมาคือการที่ Strickland ขอท้าต่อยกับ Andy แบบแมนๆ ‘ตัว ต่อ ตัว’ หลังโรงเรียนเลิกวันนี้ ข่าวลือที่ทั้ง 2 ครูจะดวลกันแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว แต่คนที่ไม่เคยสู้กับใครมาตลอดชีวิตอย่าง Andy จะจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างไร โดยที่ตัวเองไม่เจ็บตัวและไม่ถูกไล่ออก ?

หลายๆฉากในเรื่องเราจะพบตัวละคร Andy สอนถึงเรื่องความกล้าหาญและพลังของคำพูดให้กับนักเรียนในสถานการณ์ที่ตัวเขาเองก็แสดงออกถึงความกลัวหลังไปมีเรื่องกับ Strickland ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่สวนทางกัน หนังนำเสนอตัวละครนักเรียนทั้งหมดในสภาพที่ไม่แคร์โลกอะไรกันแล้วกับการเรียนวันสุดท้าย ทุกคนแหกกฎกันแบบสุดโต่ง ส่วนตัวละครคุณครูทั้งหลายที่ไม่นับ Andy ก็จัดอยู่ในประเภทหลุดโลกไม่ต่างกัน ทั้งไม่มีความน่าเคารพ หรือ มีความน่านับถือในตัว ยิ่งไปกว่านั้นคือบางรายยังมีพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงเข้าข่ายผิดศีลธรรมแบบแจ่มแจ้ง ส่วน Strickland นั้นต่างออกไปหน่อยกับการเป็นครูในแบบรุ่นเก่า หัวโบราณ ดุดันและใช้ความรุนแรงในการจัดการนักเรียน

การต่อสู้ระหว่าง Andy และ Strickland อาจจะเป็นภาพที่ตอกย้ำการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาส่วนตัว แต่ตัวหนังเองก็ยังมีประเด็กแทรกรองลงมาถึงเหตุการณ์นี้นั่นคือการแสดงให้เห็นถึง ‘การต้องยอมรับผลที่ตามมาของการกระทำ’ ท่ามกลางนักเรียนทั้งโรงเรียนที่ต่างหลงลืมไปแล้วว่าคนเราไม่ใช่คิดจะทำอะไรก็ทำได้ แต่ต้องกล้ายอมรับผลที่ตามมาด้วยอย่างไม่เกรงกลัว

ตัวละคร Andy ที่ขี้กลัว ทำอะไรไม่มั่นใจและมักถูกเอาเปรียบ เขาจึงพยายามทำทุกวิธีเพื่อเลี่ยงไม่ต้องเผชิญหน้ากับ Strickland หลังเลิกเรียนวันนี้ เพราะเขาไม่อยากโดนต่อยนอนจมกองเลือด ชนิดที่ว่าอะไรที่เข้าข่ายผิดกฎหมายก็ยอมทำทั้งสิ้น การที่ตัวละครนี้ค่อยๆมีความกล้าในการลุกขั้นมาจัดการปัญหาตรงหน้ามากขึ้นทีละเรื่องๆ จนนำไปสู่การเผชิญหน้ากันในช่วงท้าย มันสะท้อนให้เราและเหล่านักเรียนทั้งหมดได้เห็นว่า แม้คนที่เขาคิดว่าจะตายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสู้ ยังกล้าลุกขึ้นสู้เผชิญหน้ากับปัญหาที่เขาก่อได้ ฉะนั้นมันชัดเจนว่าใครทำอะไรไว้ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาด้วย

ด้านนักแสดง Charlie Day ที่มักได้รับบทตัวละครประเภทขี้กลัว ยอมคนง่ายบ่อยๆ ทำได้ดีกับบทนี้ ส่วน Ice Cube ก็เป็นครูที่ดูไม่น่าไปมีเรื่องด้วย แถมปมเรื่องอดีตของพี่แกก็เหมือนถอดมาจากตัวละคร สายลับพันธุดุ Darius Stone จาก ‘xXx: State of the Union’ ซะเหลือเกิน นอกจากนี้หนังยังมี Christina Hendricks ในบทครูที่ไม่รู้ว่าหลุดมาอยู่ในโรงเรียนนี้ได้ยังไง และ Tracy Morgan

โดยสรุป “Fist Fight” เป็นหนังคอมเมดี้ที่ยังอาศัยองค์ประกอบของตัวเองมาสร้างมุกตลกๆให้เราหัวเราะได้ไม่ดีเท่าที่ควร ตัวละครต่างๆยังคงดูไม่มีมิติที่จะลากเราไปชวนสงสารหรือน่าเอาใจช่วยได้ถึงที่สุด ซึ่งจังหวะที่ลงตัวที่สุดของเรื่องก็คงเป็นฉากซัดกันในช่วงท้าย ภาพรวมของหนังจึงถือว่าดูได้เพลินๆ ใครคิดถึงวันวานเก่าๆที่สมัยท้าใครต่อยหลังเลิกเรียน อาจหยิบหนังเรื่องนี้มาดูย้อนความรู้สึกนั้นได้

ตัวอย่าง Fist Fight (ซับไทย)

 

ขอบคุณคลิปจาก YouTube WarnerBros Thailand

Advertisements