ระดับความน่าสนใจ : C+

การกลับมาที่แฟนๆรอคอย ??

ดำเนินมาสู่ภาค 3 สำหรับหนังชุด ‘The Ring’ ของฝั่งฮอลลีวูดตามหลัง The Ring (2002) และ The Ring Two (2005) ซึ่งหนนี้ถูกย่อสเกลหนังเล็กลงกว่า 2 ภาคแรก พร้อมใช้ชื่อว่า “Rings” ซึ่งจะเป็นเรื่องราวของตัวละครกลุ่มใหม่ที่ต้องเอาชนะคำสาป 7 วันต้องตายของ Samara ให้ได้

เรื่องราวคำสาปจากม้วนวีดีโอเทปในยุคที่ทั่วบ้านทั่วเมืองเต็มไปด้วยแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนอาจจะดูธรรมดาและเชยเกินไปบ้าง (ยิ่งกับกลุ่มคนดูรุ่นใหม่ๆที่อาจจะอินกับมันน้อยลง) แต่ “Rings” ก็ดูเหมือนจะพยายามทำตัวให้เข้ากับยุคสมัยขึ้นกับการฉีกวิธีนำเสนอฉากหลอนๆของ Samara ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน้าจอโทรทัศน์ แต่ลามไปถึงหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือ แผ่นกระจกบานใหญ่ ส่วนวิธีการก็อปปี้วีดีโอก็พัฒนามาเป็นการ Copy ไฟล์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์แทน (เรียกว่าล้างคำสาปกันง่ายๆแค่ปลายมือคลิ๊ก)

หนังภาคนี้เล่าเรื่องราวของ Julia สาววัยรุ่นที่ออกตามหาตัว Holt แฟนหนุ่มที่ขาดการติดต่อไปอย่างลึกลับ หลังจากเดินทางไปเรียนที่มหาวิทยาลัยต่างเมือง เมื่อ Julia เดินทางมาถึงมหาวิทยาลัย เธอได้พบกับศาสตราจารย์ Gabriel ผู้พยายามหาคำตอบจากการคงอยู่ของวิญญาณมนุษย์

Julia เริ่มพบว่าศาสตราจารย์ Gabriel มีบางอย่างปิดบังจากเธออยู่และมันนำเธอไปพบกับม้วนวีดีโอที่บันทึกภาพเหตุการณ์ประหลาดๆยากจะอธิบายได้ ซึ่งหลังดูจบจะมีเสียงโทรศัพท์ดังขั้น พร้อมข้อความ ‘คุณจะตายใน 7 วัน!’ และมันได้พาเธอสู่การเดินทางเพื่อหาคำตอบของต้นตอคำสาปมรณะนี้

แม้จะมีฉากเปิดเรื่องที่น่าสนใจและอาจถือว่าเป็นฉากที่น่าพอใจที่สุดของหนัง แต่สิ่งที่เหลือหลังจากนั้นของ “Rings” แทบไม่มีอะไรกระตุ้นต่อมความสยองหรือน่าจดจำเลย แม้ประเด็นของศาสตราจารย์ Gabriel ที่หมกมุ่นในเรื่องโลกหลังความตายที่เปิดประเด็นมาได้น่าสนใจ แต่เอาเข้าจริงๆมันก็กลับกลายเป็นแค่ประเด็นที่ใส่มาฉาบฉวยเพื่อปูสู่ฉากสุดท้ายของหนังภาคนี้เท่านั้น (หนังมีตัวละครกลุ่มนักศึกษาที่ร่วมวิจัยในคำสาปมรณะนี้ แต่ไปๆมาๆ หนังกลับทิ้งตัวละครเหล่านั้นไปแบบดื้อๆ) ทั้งบทสรุปของบางตัวละครก็เหมือนเป็นฉากหลุดมาจากหนังตระกูล ‘Final Destination’ เสียมากกว่า (คือตายเพราะซวย มากกว่าจะตายเพราะคำสาป) และหนังมีช่วงท้ายที่เหมือนจะกำลังดูหนัง Don’t Breathe (2016) เวอร์ชั่นที่ใส่ผีเพิ่มเข้ามา แต่ขาดความลุ้นระทึกและผีเองก็ช่วยอะไรไม่ได้เท่าไหร่ ยิ่งกว่านั้นคือฉากหลังจากเหตุการณ์ในบ้าน ณ กองไฟ ที่แบบว่า ‘เฮ้ย! พวกพี่เล่นงี้เลยหรอ ไม่คิดจะแจ้งตำรวจท้องที่กันเลยหรอ!!!’

หนังมีนักแสดงที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันบ้างคือ Johnny Galecki (จาก The Big Bang Theory), Vincent D’Onofrio (ซีรี่ส์ Daredevil, Jurassic World) และสาว Aimee Teegarden (จาก Prom)

ย้อนกลับก่อนหน้าที่หนังจะออกฉาย Paramount Pictures ปล่อยคลิปโปรโมทออกมาตัวหนึ่ง ซึ่งได้รับการพูดถึงไปทั่วโลกและมียอดชมกว่า 8 ล้านวิวบน YouTube กับคลิปเหตุการณ์ภายในร้านขายโทรทัศน์ที่มีคนแต่งตัวเป็น Samara คลานออกจากจอมาหลอกคนที่มาเลือกซื้อสินค้าให้สะดุ้งตกใจกรี๊ดกันร้านแทบแตก โดยนั่นก็เป็นไอเดียการตลาดที่ใช้ได้ผลในโลกโซเชียลฯ ให้คนแชร์กันต่อๆไป ซึ่งน่าเสียดายที่ตัวหนังจริงๆกลับไม่มีอะไรที่นำเสนอได้ผลแบบนี้เลย

โดยสรุป “Rings” เป็นภาคต่อที่ยังเทียบกับหนัง 2 ภาคแรกของตนไม่ได้ และแน่นอนว่ายังห่างไกลต้นฉบับเวอร์ชั่นญี่ปุ่น มองในแง่ความสยองหนังใช้จังหวะ ‘ตุ้งแฉ่’ เป็นหลักในการทำให้คนดูสะดุ้งแบบเดาทางกันได้ตลอด ซึ่งน่าเสียดายสภาพแวดล้อมชวนหลอนที่ตัวละครกำลังเผชิญ หนังภาคนี้เหมาะแก่คนที่คิดถึงฉากผีคลานทะลุจอ (LED) ที่จะหยิบมาดูก็ได้หรือถ้าไม่ได้ดูก็ไม่ถือว่าพลาดอะไรสำคัญไป แต่ถ้ามันจะมีอะไรให้ชวนคิดต่อหน่อยก็คือบทสรุปของภาคนี้ที่อดคิดไม่ได้ว่าถ้าอนาคตจะสร้างภาคต่อตามออกมาอีก มันอาจนำเสนอโลกที่สภาพล่มสลายแบบ Resident Evil นู่นเลยก็เป็นได้ ….

 

ตัวอย่าง Rings

 

ขอบคุณคลิปจาก YouTube Paramount Pictures International

Advertisements