movie-2016

1 ปีผ่านไป มีหนังมากมายออกฉายให้เราได้ชมในโรงภาพยนตร์ รวมถึงที่ถูกส่งลงช่องทางการชมอื่นๆ บางคนดูหนังไม่กี่เรื่องแทบจะนับมือได้ ส่วนบางคนก็ดูเยอะจนนับไม่ไหว แต่ที่แน่ๆคือในแต่ละปีมันจะมีหนังที่เราดูแล้วชอบ ดูแล้วประทับใจ ซึ่งเพจ We Love Movie Club เองก็มีรายชื่อหนังดีที่ประทับใจประจำปีออกมาให้อ่านกันจนเหมือนจะเป็นธรรมเนียมไปแล้ว โดยในหนังปีแอดมินก็คัดเลือกหนังดี 30 เรื่องประจำปี 2016 มาให้ชมกันครับ ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปชมกันเลย

eddie-the-eagle

 

Eddie the Eagle

หนังดัดแปลงมาจากชีวประวัติของนักกีฬาสกีโอลิมปิกที่มีชื่อเสียง Eddie Edwards หรือที่รู้จักในชื่อ  “Eddie the Eagle” ที่เป็นตัวแทนของชาวอังกฤษไปแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อปี 1988 และกลายเป็นประเด็นใหญ่โตไปทั่วโลก

ความดีงามของหนังเรื่องนี้คือการนำเสนอให้เราได้เห็นความยากในการเป็นคนอย่าง ‘Eddie’ ที่ฝันจะไปแข่งโอลิมปิกตั้งแต่เด็ก แต่มีอุปสรรคมากมายที่เขาต้องก้าวข้ามไปให้ได้ ตั้งแต่พ่อที่ไม่ปลื้มในสิ่งที่ลูกชายทำ สุขภาพขาของตัวเขาเองก็ไม่ดี เมื่อไปคัดตัวทีมชาติก็ถูกสมาคมกีฬามองเป็น ‘คนแปลกประหลาดที่ไร้ศักยภาพ’ ไหนจะถูกเพื่อนนักกีฬาด้วยกันเองดูถูกเหยียดหยาม หัวเราะเยาะในความมานะของตนอีก ตัวหนังพยุงอารมณ์ของเราไปร่วมกับตัวละครเอกได้ดีชนิดที่ดูแล้วเรารู้สึกเลยว่าคน Eddie เนี่ย มันต้องหัวใจแกร่งมากจริงๆ ถึงจะฝ่าทุกปัญหามาได้ไกลขนาดนี้ โดยไม่ละทิ้งความฝัน ทั้งหมดนี้ปูทางไปสู่ช่วงเวลาสำคัญในตอนท้ายที่ทำให้ฉากการแข่งสกีทุกฉากทำเอาเราต้องลุ้นหนักตามไปด้วยตลอด

THE BIG SHORT

The Big Short

“สิ่งที่ทำให้เราตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ที่สุด ไม่ใช่เพราะจากเรื่องที่ไม่รู้ แต่มาจากเรื่องที่เราคิดว่ารู้ ทั้งที่จริงๆมันไม่ใช่”

หนังการเงินอสังหาริมทรัพย์ศัพท์ยากๆเพียบ แต่ดูไปงงไปแบบสนุก เป็นเรื่องจริงที่ดูแล้วก็น่าขนลุกเหมือนกัน โลกของการเงิน คนโง่เป็นเหยื่อของคนฉลาด และคนฉลาดที่โลภมากก็จะกลายเป็นคนโง่โดยที่ไม่รู้ตัวเช่นกัน

the-witch

The Witch

“The Witch” (2016) เป็นหนังที่ใช้ตัวละครน้อยมากเพียง 5-6 รายเท่านั้น แถมยังจำกัดสถานที่ในเรื่องไว้เพียงแค่บริเวณบ้านติดชายป่าและภายในป่าเท่านั้น หนังเลือกที่จะใช้ ‘ดนตรีประกอบ’ เท่าที่จำเป็นและก็มาในโทนเสียงกรีดแหลมคล้ายดนตรีประกอบในหนังสยองยุค 80-90 ที่เข้ามาช่วยเสริมความน่าขนลุกได้ลงตัว มันเหมือนการได้นั่งฟังเรื่องเล่าเก่าแก่ที่คนเล่ารู้ว่าควรผ่อนหนักเบาตรงไหนเพื่อตรึงเราให้คาดเดากันตลอดเวลา หนังมีหลายฉากที่ผู้กำกับ Robert Eggers จงใจแช่กล้องจับภาพบรรยากาศป่าที่น่าวังเวงให้เราได้สอดส่องสายตา พร้อมคาดหวังว่าจะเจออะไรโผล่มาบนจอไหม

นอกจากนี้นักแสดงสาว Anya Taylor-Joy ก็โดดเด่นมากๆทั้งในแง่หน้าตาและการแสดง

 

the-nice-guys

 The Nice Guys

หนังคู่หูที่แหกขนบหนังสไตล์เดียวกันได้ฮาแตกแบบสนุกสนาน ฝั่งนักแสดง Russell Crowe ไปกับบทได้ดี ส่วน Ryan Gosling ก็รั่วสุดแบบไม่ห่วงหล่อกันเลย นอกจากนี้เจ้าหนูน้อย Angourie Rice ก็จัดว่าโดดเด่นมากบนจอเช่นกัน

 

10 CLOVERFIELD LANE

10 Cloverfield Lane

ท่ามกลาง ‘คำถาม’ ที่เกิดขึ้นว่าความจริงภายนอกมีอะไรกันแน่ “10 Cloverfield Lane” ก็ยังเจ๋งตรงที่ใส่ ‘ปริศนา’ เกี่ยวกับปูมหลังอันไม่น่าไว้วางใจของตัวละคร Howard (รับบทโดย John Goodman ที่ตีบทแตกจนเรากลัวลุงแกไปเลย) เข้ามาจนได้อารมณ์เหมือนหนังสืบสวน – เขย่าขวัญที่ชวนให้ปะติดปะต่อเรื่องราวอยู่ตลอด ซึ่งเป็นโทนที่ฉีกออกไปจาก “Cloverfield” สิ้นเชิง

‘มอนสเตอร์มาในหลากหลายรูปแบบ’ คำโปรยบนโปสเตอร์ พร้อมภาพตัวอักษรตัว L ของชื่อเรื่องที่ลากยาวจากตัวบ้านมาใต้พื้นดินเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงประเด็นที่หนังนำเสนอได้อย่างน่าขบคิด เพราะตัวหนังมันพาเราไปสำรวจด้านต่างๆลึกๆภายในจิตใจมนุษย์ยามยามตกอยู่ใน ‘สถานการณ์ไม่ปกติ’ และยากจะไว้ใจใครได้เลย มอนสเตอร์ที่แท้จริงไม่ใช่แค่เพียงสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด หากแต่ยังรวมถึงจิตใจคนเราที่โหดเหี้ยมได้เช่นกัน

 

suddenly-twenty

20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น

ตัวหนังมีครบทั้งแง่ความตลกเฮฮาที่ทำเอาขำก๊ากเป็นระยะๆ การแสดงของนักแสดงนำที่มีเสน่ห์ และดราม่าสะท้อนความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่ซึ้งกินใจ มันเป็นหนังไทยที่มีความละเอียดในการสร้าง จนออกมาเป็นผลงานที่สร้างความสุขให้แก่คนดูได้ดี ซึ่งก็น่าสนใจว่าผลงานเรื่องต่อไปของค่าย CJ MAJOR ที่เปิดตัวเรื่องแรกได้สวยงามแบบนี้จะเป็นไปในทิศทางไหน แต่ที่แน่ๆก็คือเมื่อดูหนังเรื่องนี้จบนอกจากรอยยิ้มกว้างๆแล้ว คุณจะหลงรักผู้หญิงชื่อ ใหม่-ดาวิกา มากขึ้นอย่างแน่นอน

 

bridget-joness-baby

Bridget Jones’s Baby

ภาคที่ทำออกมาได้บันเทิงมากและส่วนตัวมองว่านี่คือภาคที่ดีที่สุดของหนังชุดนี้ ผู้กำกับ Sharon Maguire ที่เคยกำกับภาคแรกมาก่อนรู้ดีว่าต้องนำเสนอตัวละครไหน แบบใดถึงจะออกมามีสีสันที่สุด มันทั้งสนุก ตลกและโรแมนติกครบเครื่อง

 

CRD207_000035.tif

Creed

ตัวหนังดีงามเทียบชั้นภาคแรก ไม่ใช่แค่ให้เกียรติภาคเก่าๆ แต่ยังมีเส้นเรื่องของตัวเองชัดเจน หนักแน่น เสียดายมากๆที่หลุดโผฉายโรงฯบ้านเราไปนาทีสุดท้าย

ฉากชกมวยแบบฉาก Long Take ดีมาก กล้องส่ายส่องหมุนไปมารอบตัวละครเหมือนเราเป็นเทรนเนอร์ที่กำลังจ้องมองพระเอกจริงๆ ดนตรีประกอบปลุกใจโคตร เคยถามตัวเองไหมเรา ‘สู้เพื่ออะไร’ และวันนี้เราทำมันดีพอรึยัง ทั้งการแสดงของ Sylvester Stallone ที่ด้วยวัยและประสบการณ์ทำให้เขาเข้าถึงบทบาทตัวละคร Rocky ในวัยแก่ได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก รวมถึงการแสดงที่เข้าถึงบทของ Michael B. Jordan

 

star-trek-beyond

Star Trek Beyond

การทำงานร่วมกันและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ความสามัคคีคือสิ่งที่จำเป็นที่สุด คนที่เก่งกาจฉลาดกว่าใครก็ไม่อาจเอาตัวรอดเพียงลำพังได้ในทุกสถานการณ์ หนังภาคนี้มีส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจาก 2 ภาคที่แล้วคือการนำเสนอภาพลูกเรือเอนเตอร์ไพร์สรายอื่นๆเพิ่มเติม นอกจากตัวละครหลักภายในห้องกัปตัน ประเด็น ‘ความสัมพันธ์’ นับเป็นส่วนที่เด่นชัดที่สุดในภาคนี้

 

batman-v-superman-dawn-of-justice

Batman v Superman: Dawn of Justice

ภาคต่อของ ‘Man of Steel’ ที่จะเป็นการปูทางไปสู่การรวมทีมฮีโร่ ‘Justice League’ของค่าย DC ที่ตัวหนังฉบับฉายโรงของ Zack Snyder นั้นถูกทางสตูดิโอ Warner Bros. สั่งตัดให้มีความยาวสั้นลง จนเนื้อหาบางส่วนขาดความสมบูรณ์ไปบ้าง ก่อนที่จะมีหนังฉบับ Ultimate Cut ตามออกมากับการเพิ่มฉากความยาวเกือบ 30 นาทีลงไป (ตัวละครของ Jena Malone ก็มาปรากฏตัวในหนังฉบับตัดต่อใหม่นี้) พร้อมกับปะหน้าเรท R กับความรุนแรงที่มีเพิ่มขึ้น

แม้ตัวหนังฉบับฉายโรงจะเล่าเรื่องกระโดดไปบ้าง แต่ก็ยังถือว่าตัวหนังมีฉาแอคชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สร้างความบันเทิงได้ดี ส่วนในหนังฉบับ Ultimate Cut  นั้นทำให้ชอบตัวหนังขึ้นมาอีกนิด ตรงที่เราจะสัมผัสได้ถึงความฉลาดของตัวละคร Lex Luthor ได้ชัดเจนขึ้น ตลอดจนแรงจูงใจของ Batman และ Superman ว่าทำไมพวกเขาถึงต้องมาเผชิญหน้ากัน’

นอกจากฉากแอคชั่นแล้ว การปรากฏตัวของ Wonder Woman ในเรื่องก็เป็นอะไรที่โคตรเท่เอามากๆ

 

the-revenant

The Revenant

อลังการในแง่ของการนำเสนอทั้งภาพ ดนตรี เนื้อหา เมคอัพ และการแสดงที่เพียบพร้อมด้วยความยอดเยี่ยม สะท้อนเรื่องของการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดได้อย่างถึงแก่น ตอกย้ำให้เห็นบททดสอบอันสาหัสต่อจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ ผลที่ได้คือหนึ่งในผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ Alejandro González Iñárritu, Emmanuel Lubezki และ Leonardo DiCaprio ที่ควรค่าแก่การพูดถึงไปอีกนาน

 

a-monster-calls

A Monster Calls

การเยียวยาความเจ็บปวดของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ หนังมาพร้อมข้อคิดดีๆเยอะเลย มันยังคงตอกย้ำเราว่าไม่มีอะไรยากเท่ากับการยอมรับความจริงและเอ่ยปากพูดมันออกมา

 

steve-jobs

Steve Jobs

หนังหยิบเอาช่วงเวลาสำคัญ 3 ช่วงในชีวิตของ Steve Jobs มาเล่าได้อย่างน่าติดตามมากๆ แม้มันจะเป็นไปด้วยบทสนทนายาวเหยียด แต่กลับสร้างความน่าติดตามได้อย่างเหลือเชื่อ บทหนังของ Aaron Sorkin น่าทึ่งมากและการกำกับของ Danny Boyle ก็พาเราไปสำรวจผู้ชายในตำนานของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Apple ได้อย่างจดจ่อ ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงการได้เห็นฝีมือการแสดงชั้นยอดของ Michael Fassbender

 

captain-america-civil-war

 

Captain America: Civil War

ศึกฮีโร่ที่ต้องห่ำหั่นกันเองเพราะจุดยืนทางความคิดที่แตกต่างกันจนนำไปสู่การแตกหักของมิตรภาพ หนังอุดมไปด้วยฉากแอคชั่นมันส์ๆ และการเปิดตัว Black Panther และ Spider-Man ในหนังก็ทำออกมาได้โคตรเท่มากๆ

 

zootopia

Zootopia

แม้ตัวละครทั้งหมดในเรื่องจะเป็นสัตว์ แต่แอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็แทรกประเด็นเรื่องความแตกต่างในสังคมได้อย่างคมคาย ทั้งสร้างความบันเทิงได้ดีมาก จนต้องยกตำแหน่งแอนิเมชั่นที่ชอบ…….ที่……..สุ……..ด…….ใ……น……ปี…….นี้…..ไ……ป…..เ……ล……….ย

 

FANTASTIC BEASTS AND WHERE TO FIND THEM

Fantastic Beasts and Where To Find Them

ช่วง 2-3 ปีมานี้มีหนังแฟนตาซีฟอร์มใหญ่ออกมาหลายเรื่อง แต่มันกลับสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้ไม่มาก จนกระทั่งการมาของ  ‘Fantastic Beasts and Where To Find Them’ ที่พาเรากลับสู่โลกของดินแดน Harry Potter อีกครั้ง หนังสร้างความบันเทิงได้ดี งาน CG ก็อยู่ในระดับน่าชื่นชม พร้อมการแสดงของ Eddie Redmayne และ Colin Farrell ที่ได้ทั้งมาด ทั้งอารมณ์

 

the-conjuring-2

The Conjuring 2

แทบจะเป็นไปได้ยากมากๆที่หนังสยองขวัญ ‘ภาคต่อ’ จะทำออกมาได้น่ากลัวและมีโครงสร้างที่ดีไม่ไปซ้ำรอยกับแนวทางเดิม โดยที่ยังสร้างความสยองชวนขนลุกและช็อกผู้ชมให้สะดุ้งลุ้นตัวเกร็ง แต่ “The Conjuring 2” (หรือในอีกชื่อ ‘The Conjuring 2: The Enfield Poltergeist’) ภาคต่อคนเรียกผีของ James Wan เรื่องนี้สามารถทำได้! ทั้งยังเป็นผลงานที่ตอกย้ำว่า Wan เป็นผู้กำกับที่เกิดมาเพื่อทำหนังสไตล์นี้ แถมยังไม่หยุดที่จะสร้างสรรค์และสรรหาลูกเล่นใหม่ๆในการนำเสนอมาใช้หลอกล่อคนดูให้ตรึงไปกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติตรงหน้า

 

dont-breathe

Don’t Breathe

‘ในดินแดนที่มืดมิด คนตาบอดคือราชา’

การชมหนังเรื่องนี้เหมือนผู้กำกับ Fede Alvarez หลอกล่อเราเข้าไปในบ้านที่ภายนอกดูธรรมดา แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์เพียบ ทั้งการพาเราสำรวจบ้านหลังนี้ก็ไม่ใช่แค่เดินดูรอบๆปกติ แต่เป็นการเดินในบ้านที่มืดสนิทและทุกสิ่งที่เราเดินไปกระทบสามารถเป็นเหตุทำให้เราตายได้ในทันที แถมยังถูกกระหน่ำด้วย ‘จังหวะ’ ที่เขย่าขวัญเราครั้งแล้ว ครั้งเล่าไปจนสุดทาง หลายครั้งที่เราคิดว่าทุกอย่างกำลังจะจบลง มันก็มีสิ่งที่เกินคาดคิดเกิดขึ้นอีกชนิดไม่ให้เราได้ตั้งสติกันเลย

“Don’t Breathe” มีการนำเสนอที่ทำให้เรื่องธรรมดาๆ กลายเป็นความระทึกขวัญชั้นเยี่ยมชนิดที่ว่าลุ้นกันสุดขีด ตื่นเต้นชนิดกลั้นหายใจตามตัวละครในสถานการณ์ต่างๆตามไปด้วย ฉาก Long Take แนะนำส่วนต่างๆของบ้านก็ถือว่าทำได้ดูดีมีชั้นเชิงสุดๆ แถมการเลือกที่จะหงายไพ่สำคัญๆออกมาตั้งแต่ต้นเรื่องกับการที่กล้องเคลื่อนไปจับอุปกรณ์ อาวุธ ทางเข้า ทางออกภายในบ้านให้เราเห็นแต่เนิ่นๆ ซึ่งเดาทางไม่ยากเลยว่าสิ่งที่กล้องจับแบบเน้นๆนี้ต้องมีส่วนสำคัญในช่วงท้ายแน่ๆ แม้เราจะพอเดาได้บ้างอยู่แล้ว แต่เมื่อหนังดำเนินเรื่องไปถึงจุดนั้นจริงๆ ความลุ้นที่เกิดขึ้น มันก็ขยี้เราจนพีคขั้นสุดไปแล้ว

 

room01

Room

สิ่งที่ทำให้ “Room (2015)” ผลงานของผู้กำกับ Lenny Abrahamson ที่สร้างมาจากนิยายฝีมือ Emma Donoghue โดดเด่นและน่าทึ่งมากๆก็คือการที่มันเต็มไปด้วยฉากอารมณ์แรงๆ ผ่านการแสดงชั้นเยี่ยมของนักแสดงนำทั้งคู่ที่พาเราไปถึงจุดสะเทือนอารมณ์ลึกๆในใจที่น้อยเรื่องนักจะทำได้ มันเป็นเรื่องราวอันน่าหดหู่สลับกับเรื่องราวพลังใจของมนุษย์ หลังผ่านเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตมาแล้วที่นำเสนอได้เด็ดขาด

การแสดงของ Brie Larson คู่ควรแก่รางวัลออสการ์และการแสดงของ Jacob Tremblay ก็เป็นอะไรที่น่าทึ่งซะจนขนลุก!!

 

patriots-day

Patriots Day

สิ่งที่ “Patriot Day” สะท้อนออกมาได้ดีและสมจริงไม่เพียงแค่ฉากวินาศกรรมที่น่ากลัว แต่ยังรวมไปถึงประเด็น ‘สปิริต’ ของชาวเมืองบอสตันทุกคนทั้งประชาชนคนทั่วไปและฝ่ายเจ้าหน้าที่สืบสวน หนึ่งคือความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ในการทำงานที่จริงจัง ทุ่มเทและไม่ลดละในการทำงาน ถัดมาคือการให้ความร่วมมือต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่ชาวเมืองพร้อมใจกันทำตามประกาศขอความร่วมมือต่างๆ รวมถึงการแจ้งเบาะแสอันเป็นประโยชน์ มันเป็นภาพของเหตุวินาศกรรมที่โหดเหี้ยมที่ถูกโต้ตอบกลับทันทีด้วยความรักและความสามัคคี หนังเรื่องนี้เป็นการนำเสนอการต่อสู้กันระหว่างความดีและความชั่วร้ายที่พาเราไปสำรวจทั้งแง่มุมด้านสภาพจิตใจ ผลกระทบทั้งสภาพร่างกาย ความรู้สึก และการกลายมาเป็นเรื่องระดับชาติ

หนังยังมีฉากแอคชั่นยิงปะทะระหว่างตำรวจกับผู้ก่อการร้ายที่ดิบและเดือนที่สุดฉากหนึ่งในรอบหลายๆปี รวมถึงการเป็นผลงานที่ดีที่สุดของผู้กำกับ Peter Berg นับจนถึงตอนนี้อีกด้วย

 

the-wailing

The Wailing

ผลงานสุดเกรียวกราวของผู้กำกับ Na Hong-jin ที่หลอนและหลอกล่อผู้ชมได้แยบยลจนเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่ามันจะไปสิ้นสุดตรงไหน อะไรบ้างที่รอเราอยู่เบื้องหน้า หนังไม่มีประนีประนอมแก่คนดูตั้งแต่เรื่องของเวลากับการมีความยาวถึง 2 ชั่วโมง 32 นาที แถมมีฉากโหด ฉากสยอง ฉากหลอนกลางป่าที่บ้าคลั่ง พร้อมเนื้อหาที่พูดถึงปีศาจ ผี ความเชื่อและคดีฆาตกรรมได้อย่างโคตรเจ๋ง โดยระหว่างดูหนังเรื่องนี้เชื่อว่าหลายคนคงอุทาน ‘เชี้ย! อะไรว่ะเนี่ย!!’ อยู่เป็นระยะๆแน่ๆ ดูจบขอคารวะผู้กำกับงามๆเลย

 

after-the-storm

After the Storm

‘เราโตมาเป็นผู้ใหญ่ในแบบที่เราฝันไว้รึเปล่า?’

คำถามสั้นๆง่ายๆที่อาจทำหลายคนจุกกับคำตอบที่ยากจะเอ่ยออกมาได้อย่างเต็มปาก ผลงานของผู้กำกับ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ (Like Father, Like Son และ Our Little Sister) เรื่องนี้นำเสนอภาพเหตุการณ์ของตัวละครที่กำลังเผชิญหน้ากับรอบร้าวในความสัมพันธ์ครอบครัวที่เรียบง่ายธรรมดา แต่กลับทำให้เราสัมผัสถึงความปวดร้าวได้อย่างเจ็บปวด คนเราบางครั้งวาดฝันไว้ยามเด็กแบบหนึ่ง แต่พอโตมา ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างก็อาจส่งผลให้ชีวิตหลุดออกจากเส้นทาง จนกลายมาเป็นคนในแบบที่เราไม่ได้คิดไว้ก็ได้ เหมือนที่ เรียวตะ พบว่าตัวเองที่อาจจะประสบความสำเร็จด้วยงานเขียนนิยาย แต่มันก็เป็นเพียงผลงานชิ้นเดียวเมื่อ 15 ปีก่อน และเขาไม่สามารถเข็นผลงานเขียนอื่นๆออกมาได้อีกเลย จนต้องใช้ชีวิตปัจจุบันเป็นนักสืบเอกชนและจมอยู่กับโลกของการพนัน เขามีเป้าหมายตอนนี้คือหาเงินมาส่งเป็นค่าเลี้ยงดูลูกชาย เขาเป็นคนที่ตอนนี้กำลังเผชิญปัญหาทั้งในแง่หน้าที่การงาน การเป็นพ่อคน การเป็นลูก การเป็นน้อง การเป็นสามีที่ตัดใจจากภรรยาที่หย่ากันไปนานแล้วไม่ได้ และที่เขามองว่าแย่ที่สุดคือการค่อยๆกลายมาเป็นคนแบบพ่อเขาที่เขาเคยเกลียดเสมอมา

ฉากสนทนาระหว่าง เรียวตะ นั่งคุยกับแม่ในห้องครัวกลางดึกที่พายุกำลังกระหน่ำอาจเป็นฉากที่ธรรมดาๆ แต่กลับเป็นฉากที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเรื่อง ทั้งยังแทรกแง่คิดผ่านมุมมองชีวิตที่ทำให้ตัวละครอย่าง เรียวตะ เองได้ตาสว่างกับการมองปัญหาตรงหน้าทั้งหมดใหม่อีกครั้ง

‘นายต้องใช้ความกล้าหน่อยในการยอมรับว่านายไม่ได้อยู่ในชีวิตพวกเขาแล้ว’

ข้างต้นนี่คืออีกหนึ่งประโยคที่คนรอบกายพยายามฉุด เรียวตะ ให้เงยหน้าขึ้นมามองปัจจุบัน คนเราจะมีความสุขได้ก็ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในวันนี้ เดินตามหาหนทางเป็นในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็น ก้าวไปข้างหน้าและให้ความสำคัญกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ตรงหน้า นี่เป็นหนังอีกเรื่องที่ดูจบแล้วสร้างอิมแพคในใจแรงจนจุกในปีนี้ ภาพเศษซากร่มที่พังอยู่ตามพุ่มไม้ใกล้ๆ เรียวตะ หลังพายุถล่มก็คงไม่ต่างไปจากซากความสัมพันธ์ในอดีตของเขา ทุกคนย่อมเคยเจอพายุลูกใหญ่ซัดโถมเข้ามาในชีวิต แม้มันจะสร้างความเสียหายมากน้อยแค่ไหน แต่ฟ้าที่สดใส วันที่ดีกว่าย่อมจะตามมาเสมอ ถ้าเราไม่หยุดที่จะลุกขึ้นก้าวต่อไป ชีวิตมันไม่แน่นอน แต่จงอย่าที่จะหยุดหาความสุขให้แก่มันและคนสำคัญข้างๆกาย

 

rogue-one-a-star-wars-story

Rogue One: A Star Wars Story

หนัง Star Wars ภาคแยกที่เปิดตัวออกมาได้ดี ใครที่อยากดูหนัง Star Wars ที่มีฉากแอคชั่นมันส์ๆตระการตาไม่ผิดหวังแน่ๆ กระทั่งในด้านเนื้อหาเองก็ยังถือว่าเข้มข้นในระดับที่พาเราลุ้นตามไปได้ตลอด แม้ภาคนี้จะไม่มีเจได ไม่มีฉากดวลดาบไลท์เซเบอร์ แต่นี่ก็เป็น Star Wars ที่มอบความบันเทิงได้อย่างน่าชื่นชม

 

if-cats-disappeared-from-the-world

If Cats Disappeared From the World

หนังเล่าเรื่องราวของหนุ่มบุรุษไปรษณีย์ในเมืองเล็กๆที่ใช้ชีวิตไปวันๆอย่างไร้จุดหมาย โดยมี ‘เจ้ากะหล่ำ’ แมวแสนรักเป็นเพื่อนสนิทที่สุด กระทั่งวันหนึ่งเขาพบความจริงที่ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคร้ายแรงระยะสุดท้ายและจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 1 วัน คืนนั้นเองที่เขากลับบ้านมาพบกับยมทูตที่ยื่นข้อเสนอเพื่อแลกกับการต่ออายุ 1 วัน ด้วยการแลกสิ่งของ 1 ชิ้น ซึ่งของชิ้นนั้นจะหายไปจากโลกนี้พร้อมความทรงจำของทุกๆคน บุรุษไปรษณีย์ค่อยๆแลกของไปทีละชิ้น พร้อมภาพความทรงจำเก่าๆที่ปรากฏขึ้นมาให้เขาคิดทบทวน รวมถึงอดีตแฟนเก่าที่กลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง

“If Cats Disappeared From The World” งดงามในแง่ของเรื่องราวและประสบความสำเร็จในการนำเสนอชนิดทำเอาน้ำตาไหล มันมีแง่คิดให้เรากลับมามองชีวิตตัวเองว่าเราใช้มันทุกวินาทีวันนี้คุ้มค่าแล้วหรือยัง พร้อมทำให้เราเห็นคุณค่าของทุกสิ่งรอบกายมากขึ้นกว่าเดิม บทเรียนที่ตัวละครเอกได้รับก็คือ มันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลยถ้าพรุ่งนี้เราต้องตายหายไปจากใบนี้ สิ่งสำคัญคือการที่เรามองเห็นความสวยงามของสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ความทรงจำดีๆ ความผูกพันดีๆ เราได้ทำเต็มที่กับสิ่งที่เรารักและคนที่รักเราแล้วรึยัง ทั้งหนังยังเลือกฉากสุดท้ายของเรื่องได้งดงามมากๆ

the-handmaiden

 

The Handmaiden

หนังเล่าเรื่องได้น่าติดตามและบันเทิงมาก เมื่อถึงจุดที่ต้องหักมุมก็เล่นทำเอาอึ้งไปเลย ก่อนหนังจะพาเราตั้งหลักกันใหม่เพื่อติดตามไปจนถึงตอนจบ หนังเล่นกับ ‘ความเชื่อใจ’ ที่พาคนดูไปร่วมวงได้อย่างน่าชื่นชม นับเป็นผลงานอีกเรื่องของ ปาร์ค ชานวุค ที่อยู่ในระดับดีเยี่ยม พร้อมทั้งยังทำให้เราต้องตระหนักว่า ‘มารยาหญิง’ กับ ‘กิเลสตัณหาของผู้ชาย’ นั้นอันตรายเพียงใด

สำหรับคนที่ชีวิตถูกปิดกั้นมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยสัมผัสได้ถึงความรัก ความห่วงใยที่แท้จริง หัวใจก็คงเย็นชาอยู่ภายในกำแพงที่ไม่เปิดรับใครเข้ามาง่ายๆ แต่หัวใจที่อยู่ในวังวงของความเย็นชา อาจไม่ได้คงอยู่เพื่อรอวันแตกสลายหรือจมลึกลงไปสู่ความดำมืดมากกว่านี้ หากแต่เพื่อรอวันเวลาที่จะมีใครสักคนมาดูแลรักษามันให้มันได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งก็ได้ นั่นทำให้ ‘The Handmaiden’ มีมุมเปราะบางของความสัมพันธ์ของความรักให้เราได้เห็นด้วยท่ามกลางวังวงของอันตรายและฉากเซ็กส์อันร้อนแรงระหว่าง คิม มินฮี และ คิม เตรี

 

train-to-busan

 

Train to Busan

นี่คือหนังซอมบี้แอคชั่น ระทึกขวัญ ดราม่า ที่นำเสนอภาพการหนีเอาตัวรอดจากฝูงซอมบี้คลั่งที่อัดแน่นไปด้วยบทภาพยนตร์ชั้นดีและการนำเสนอที่เร้าอารมณ์คนดูได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ชนิดไม่อาจละสายตาไปได้เลย หนังประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชมในการสร้างความระทึกที่เราต้องลุ้นจนเกร็งไปทั้งตัวตลอดเวลา 118 นาที มันยกระดับหนังซอมบี้เอเชียให้ก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้นและกลายมาเป็นหนังซอมบี้ที่ระทึกที่สุดเท่าที่เคยดูมานับจนถึงเวลานี้

 

everybody-wants-some-movie

Everybody Wants Some!!

สิ่งที่น่าชื่นชมคือการที่หนังมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ทั้งการเดินเรื่อง บทสนทนาที่เหมือนจะไร้สาระ แต่ไปๆมาๆกลับให้ทั้งข้อคิดและนำไปใช้ตบมุกตลกได้ฮาแตกตลอดทั้งเรื่อง มันบอกเล่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตวัยรุ่นได้สนุกและมีแง่คิดดีๆเพียบ มันเป็น ‘ช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังเริ่มต้น’ ที่เต็มไปด้วยความฝัน ความรัก มิตรภาพ อนาคต ทุกอย่างสามารถเป็นไปได้ในวินาทีนั้น ช่วงเวลาแห่งการลอง มองหาตัวตนของตัวเอง ค้นหาขอบเขตของชีวิตว่าเราจะเอามันแบ่งส่วนไปวางไว้ตรงไหนได้บ้างในตอนนี้เพื่อมุ่งสู่อนาคต
พูดถึงมุกตลกในเรื่อง การที่มันเต็มไปด้วยบทสนทนาที่ธรรมชาติสุดๆและทีมนักแสดงที่ไหลไปกับบท ชนิดรับส่งมุกกันได้ลื่นมากๆ ส่งผลให้ความตลกอยู่ในระดับที่เล่นเอาขำก๊ากน้ำตาไหลได้เลย โดยเฉพาะสารพัดมุกอำกันระหว่างเพื่อนที่เด็ดขาดทุกเม็ด จนบางฉากนี่ก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่านี่เรากำลังดู ‘คุโรมาตี้’ เวอร์ชั่นยุค 80 กันอยู่รึเปล่าหว่า

ฝั่งมุมโรแมนติกกุ๊กกิ๊กในเรื่องก็ทำได้ชวนเขินแทนมากเช่นกันกับฉากพระ-นางคุยโทรศัพท์กัน แม้จะเป็นฉากธรรมดาๆง่ายๆ แต่องค์ประกอบมันลงตัว จนยกให้เป็น 1 ในฉากที่น่ารักที่สุดของปีนี้ไปเลย

 

your-name

Your Name

แอนิเมชั่นที่มีความโรแมนติกสูงและมีบทดราม่าดีๆที่ซึ้งกินใจ รวมถึงงานภาพ เพลงประกอบ (โดยเฉพาะเพลง ‘Nandemo Nai ya’) และจังหวะเล่าเรื่องที่ล้วนทำออกมาได้ยอดเยี่ยม

“Your Name” ไม่ใช่แค่พาเราไปสัมผัสถึงความรู้สึกลึกๆของห้วงความเหงากับการเฝ้ามองหาใครสักคนที่จะมาเติมเต็มเรา ท่ามกลางความรู้สึกที่เลือนรางที่อาจไม่เคยเกิดขึ้นจริงที่ซัดกระหน่ำหัวใจคนโสดได้อย่างหนักหน่วงเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นความงดงามของความสัมพันธ์ในช่วงที่ค่อยๆพัฒนาไปสู่ความรักได้อย่างน่าชื่นชม แม้ตัวละครเอกทั้งคู่จะสลับร่างกันไปมา แต่ความห่วงใยที่เกิดขึ้นจากการใส่ใจในทุกๆรายละเอียดของแต่ละฝ่ายก็ทำให้เส้นใยความผูกพันเกิดขึ้นและก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ

 

singstreetrunning-0-0

Sing Street

ชีวิตก็เหมือนบทเพลงที่สุขปนเศร้าเคล้ากันไป

“Sing Street” เป็นผลงานของ John Carney ที่บอกเล่าช่วงเวลาอันงดงามและความสุข ความเจ็บปวดท่ามกลางเสียงเพลงได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งส่วนตัวมองว่ามันทำได้เทียบชั้นเรื่อง Once และเหนือกว่า Begin Again ทั้งทีมนักแสดง การดำเนินเรื่อง มุกตลก มุมดราม่า เพลงประกอบเจ๋งๆ ข้อคิดดีๆล้วนอยู่ในระดับที่น่าชื่นชม ทั้งในช่วงสุดท้ายของหนังก็ถือว่าเป็นการจบได้ลงตัวมากๆ ภาพความหวังจากพี่ชายที่ถูกส่งผ่านสู่น้องชาย ความรักของหนุ่มสาวที่หอบความฝันไว้กับตัว พร้อมมุ่งหน้าสู่เส้นทางที่จะคว้ามันมาให้ได้ คนเราชีวิตไม่ควรทำอะไรครึ่งๆกลางๆ ถ้าคิดว่าจะอะไรก็ต้องทุ่มเทให้เต็มที่

Go Now….

 

la_la_land_-_official_stills_-_courtesy_of_28c29_lionsgate_-_005

La La Land

“La La Land” ของผู้กำกับ Damien Chazelle (แห่ง Whiplash) เป็นผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจมากเรื่องหนึ่งในประสบการณ์ดูหนังที่เคยดูมาจนถึงเวลานี้ โดยมันเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานในการนำเสนอที่ระเบิดไอเดียออกมาได้อย่างจัดจ้าน เปี่ยมเสน่ห์ ซึ่งแค่เพียงฉากเปิดเรื่องด้วยการนำเสนอแบบ Long Take ท่ามกลางตัวละครมากมายกลางถนนก็สร้างความประทับใจได้ในทันทีแล้ว

ตัวหนังมีความเป็นมิวสิคัลที่สร้างความบันเทิงได้แตะระดับที่พีคสุด ชนิดที่ว่าผ่านไปเพียง 3 เพลงแรกของเรื่องก็ทำเอาขาขยับจนอยากจะลุกขึ้นมาโยกย้ายส่ายร่างกายตามตัวละครพระนางกันแล้ว โดยตลอดเวลา 2 ชั่วโมงหนังตรึงเราได้อยู่หมัดในทุกๆด้าน แม้จะดูจบไปแล้วก็ยังอยากจะดูซ้ำอีก นับเป็นประสบการณ์การดูหนังที่มอบความบันเทิงได้น่าจดจำที่สุดในปี 2016 นี้

 

Advertisements